เสื้อผ้าต้องห้าม! ที่ไม่ควรให้ลูกใส่เด็ดขาด

อย่างที่เรารู้กันดีว่าการเลี้ยงเด็กนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะความบอบบางและความไม่รู้ของเด็กนั้นอาจจะเกิดอันตรายขึ้นได้มากมาย เด็กจึงควรได้รับการดูแลจากพ่อแม่ให้ดีตลอดเวลาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่ยังเล็กมาก ในช่วงที่เป็นทารกอยู่จนถึงช่วงวัยก่อนที่เด็กจะเข้าโรงเรียน ซึ่งก็คือเด็กแรกเกิดจนถึง 3-4 ขวบนั่นเอง

และเรื่องที่เราต้องสนใจและเอาใจใส่ให้กับเด็กวัยนี้จะเริ่มตั้งแต่สิ่งที่เด็กเกี่ยวข้องด้วย ตั้งแต่เด็กเริ่มตื่นนอนไปจนถึงเด็กเข้านอนอีกครั้ง เรียกได้ว่า ตลอดเวลานั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ จานชามช้อนส้อม เสื้อผ้าต่างๆก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่พ่อแม่ต้องเอาใจใส่ทั้งสิ้น ซึ่งตามปกติแล้วพ่อแม่อย่างเราๆ ก็มักจะเข้าใจในความสำคัญของเรื่องของอย่างข้าวของเครื่องใช้ หรือพวกสารเคมีดีอยู่แล้ว แต่เรื่องที่พอแม่หลายคนอาจจะไม่รู้หรือไม่ได้ตระหนักถึงนั่นก็คือ เรื่องเสื้อผ้านั่นเอง

เสื้อผ้ามีอันตรายต่อเด็กหรือไม่ ทำไมพ่อแม่จึงต้องระวัง

ถ้าหากจะถามว่าเสื้อผ้ามีอันตรายต่อเด็กหรือไม่นั้น ต้องบิกว่าจุดประสงค์ของการใช้เสื้อผ้านั่นไม่มีพิษภัยต่อเด็กแต่อย่างใด เพียงแต่บ่างครั้งวัสดุหรือรูปแบบของเสื้อผ้าต่างหากที่อาจจะทำผิดภัยมาสู่เด็กได้ และทำไมพ่อแม่จึงต้องระวัง นั่นก็เพราะการปล่อยให้บางสิ่งผ่านไป จนทำให้สิ่งนั้นก่อปัญหาขึ้นโดยที่เราสามารถป้องกันได้นั้น เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง โดยเฉพาะปัญหานั้นไปเกิดขึ้นกับเด็กที่ไม่สามารถดูแลหรือปกป้องตัวเองได้อย่างเด็กเล็กๆ

10.2

เสื้อผ้าต้องห้าม ที่ไม่ควรให้ลูกใส่เด็ดขาด

เสื้อผ้าต้องห้ามที่ไม่ควรให้ลูกใส่เด็ดขาด ในที่นี้เราจะยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดๆมา 8 รูปแบบด้วยกัน ดังนี้

ชุดที่มีขนปุกปุย

เพราะขนปุกปุยนั้นเป็นสารก่อภูมิแพ้ชั้นเยี่ยม และอาจจะก่อให้เกิดความระคายเคืองกับผิวของเด็กได้ ไม่ว่าจะเป็นอาการคันหรืออาการผื่นแพ้ ซึ่งอาจจะกลายเป็นอาการแพ้ในระยะยาวได้

ชุดที่มีของตกแต่ง

ชุดที่มีของตกแต่งชิ้นเล็กชิ้นน้อยเยอะๆไม่ว่าจะเป็นกระดุมดอกไม้ หรือตัวผ้าลูกไม้ ของแบบนี้จะดึงความสนใจของเด็กได้ดี และเด็กอาจจะสนใจมากพอที่จะเอาเข้าปากไปเคี้ยวจนติดคอได้ด้วย

10.3

ชุดที่สวมใส่ไม่สบาย

นั่นหมายถึง ชุดที่มีขนาดใหญ่หรือคับแน่นเกินไป ชุดที่มีความหนาไม่เหมาะสมกับสภาพอากาศ หรือชุดที่แข็งเกินไป ซึ่งจะทำให้เด็กหายใจไม่ออก หรือเกิดความรู้สึกอึดอัดได้

ชุดที่สะท้อนแสง

นั่นก็เพราะแสงที่สะท้อนออกมา จะทำให้ตาของเด็กเกิดอาการล้าได้ และอาจจะเกิดเป็นความบกพร่องในการมองเห็นได้

ชุดใยสังเคราะห์

นอกจากอาจจะทำให้เกิดภูมิแพ้ได้แล้ว การใช้เส้นใยที่ไม่ได้คุณภาพ การใช้เสื้อผ้าที่ไม่มีคุณภาพ อาจจะทำให้เด็กได้รับสารเคมีจากการผลิตเส้นใยเข้าไปได้

10.4

ชุดที่พะรุงพะรัง

เช่น ชุดที่มีสายคาดเอว หรืออะไรก็ตามที่อาจจะทำเด็กเคลื่อนไหวไม่สะดวก หรืออาจะพันตัวเด็กได้ในขณะที่เด็กนอน

ชุดมือสอง

นั่นก็เพราะว่าชุดอาจจะสะสมเชื้อโรคต่างไว้มากมาย ซึ่งจะไม่เหมาะกับเด็กที่ยังมีภูมิต้านทานต่ำอยู่

ชุดที่ผ่านการย้อมสีเคมี

เพราะการย้อมสีนั้นจะทำให้เกิดสารเคมีตกค้างอยู่บนเสื้อผ้าได้หากเราทำความสะอาดได้ไม่ดีพอ และอาจจะทำให้เกิดอันตรายกับเด็กได้

อยากให้ลูกน้อยมีสุขภาพดีและปลอดภัย พ่อแม่ควรเลือกเสื้อผ้าที่ดีที่สุดให้กับเขา และควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าเด็กเหล่านี้เพราะนอกจากจะทำให้เขาไม่สบายตัวแล้ว ยังอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อเขาได้อีกด้วย โดยเฉพาะเสื้อผ้าเด็กที่มีของตกแต่ง ซึ่งเขาอาจจะนำเข้าปากจนติดคอได้นั่นเอง

เลือกเสื้อผ้าเด็กอย่างไร ให้ใส่ได้ทุกโอกาส

คุณคิดว่าการเลือกเสื้อผ้าเด็กสำคัญแค่ไหน คนที่เป็นพ่อแม่เด็กบางคนอาจจะตระหนักได้ถึงปัญหานี้ ในขณะที่บางคนอาจจะยังไม่เจอ นั่นก็เพราะปัญหาการเลือกเสื้อผ้าเด็กนั้นจะเริ่มเข้ามาก็ต่อเมื่อเด็กนั้นโตพอที่สามารถใส่เสื้อผ้าได้หลากหลายรูปแบบ หรือเด็กเริ่มความคิดเห็นในการเลือกเสื้อผ้าที่จะสวมใส่ได้ด้วยตนเองนั่นเอง

ควรเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับวัยของเด็กและพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ถ้าเด็กมีความซุกซนมากและอาจจะได้แผลอยู่บ่อยๆ แทนที่เราจะเลือกพวกเสื้อผ้าที่เป็นเสื้อแขนสั้น กระโปรงหรือกางเกงชาสั้น เราควรจะเลือกเสื้อผ้าที่ครอบคลุมผิวร่างกายทั้งหมดของเด็กแทน และต้องเลือกแบบที่เป็นผ้าบางไม่หนาจนเกินไปเพื่อให้เหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทยด้วย ซึ่งจะมีช่วงร้อนนานกว่าช่วงหนาว

อีกอย่างที่สำคัญหากเราต้องการใช้เสื้อผ้าได้บ่อยๆโดยไม่ต้องซื้อใหม่เรื่อยๆ นั่นก็คือ คุณภาพของเสื้อผ้า พยายามเลือกเสื้อผ้าที่ดีต่อเด็กทั้งทางสุขภาพและการใช้งาน ไม่จำเป็นว่าเสื้อผ้าที่มีคุณภาพจะต้องเป็นเสื้อผ้าแบรนด์เนมเสมอไป เพียงแค่เราเลือกเสื้อผ้าตามหลักที่ควรเป็นเช่น เนื้อผ้าดี ตัดเย็บเนี๊ยบ และปลอดสารเคมีเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

กล่าวโดยรวมแล้วคือการเลือกเสื้อผ้าเด็กที่เด็กสามารถสวมใส่ได้หลากหลายโอกาสมีหลักการง่ายๆคือ เลือกเสื้อผ้าที่ไม่ได้มีเหตุผลเฉพาะที่ต้องใช้ สามารถสวมใส่ได้บ่อยๆ เหมาะสมกับสภาพอากาศที่เป็นในขณะนั้น คุณภาพเสื้อผ้าต้องดี มีความทนทาน ซึ่งเราสามารถดูคุณภาพของเสื้อผ้าได้จากเนื้อผ้าของเสื้อผ้า การตัดเย็บของเสื้อผ้า และการรับรองว่าปลอดสารเคมีหรือไม่ ซึ่งพ่อแม่อาจจะเติมหลักการอย่างอื่นเข้าไปด้วยก็ได้ตามความเหมาะสมและความคิดของพ่อแม่นั่นเอง

 

 

9.2

ระวัง! สารเคมีอันตรายในเด็ก

สารเคมี แค่ได้ยินคำนี้หลายๆ คนก็คงขยาดกันบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสารเคมีประเภทไหนที่ติดมากับข้าวของเครื่องใช้ อาหาร หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าก็ตาม สารเคมีที่พบเหล่านี้มีทั้งแบบที่สามารถใช้ในเด็กได้อย่างปลอดภัย แบบที่สามารถใช้ได้แต่ต้องใช้ในปริมาณที่จำกัด และแบบที่ห้ามใช้ในเด็กเลย ยกตัวอย่างเช่น

แบบที่สามารถใช้ในเด็กได้อย่างปลอดภัย

ผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ได้ในเด็กอย่างปลอดภัยมักจะได้รับการรับรองว่าผลิตมาจากธรรมชาติเท่านั้น เช่น มีสัญลักษณ์ Natural 100% ประปอบอยู่ด้วย หรือจะอ่านส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เอาก็ได้ แต่ส่วนใหญ่ผลิตภัณฑ์ที่มีการผลิตเพื่อใช้สำหรับเด็กโดยเฉพาะจะจัดอยู่กลุ่มนี้หรือกลุ่มสารเคมีที่สามารถใช้ได้แต่ต้องใช้ในปริมาณที่จำกัดนั่นเอง

แบบที่สามารถใช้ได้แต่ต้องใช้ในปริมาณที่จำกัด

สารเคมีที่สามารถใช้ได้แต่ต้องใช้ในปริมาณที่จำกัด มักจะเป็นพวกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นน้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า สบู่ ยาสีฟัน เป็นต้น  ซึ่งผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพวกนี้เราจะต้องเลือกแบบที่ใช้ได้กับเด็กและการทำความสะอาดเอาผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดออกจากเสื้อผ้าหรือเด็กออกให้หมดก็เป็นเรื่องสำคัญ ยกตัวอย่างเช่น สำหรับเด็กเล็กๆ หรือเด็กที่มีผิวบอบบางและแพ้สารอื่นๆ ได้ง่าย ดังนั้น พ่อแม่ควรเลือกใช้สบู่ที่ไม่มีสารเคมีที่สามารถก่อให้เกิดอาการระคายเคืองได้ ไม่ว่าจะเป็นสารลดแรงตึงผิวหรือน้ำหอม เป็นต้น

8.2

และการเลือกสบู่ จากการดูส่วนประกอบก็สามารถบอกได้ว่าเราสามารถนำมาใช้กับเด็กได้หรือไม่ เช่น สบู่ สารเคมีจากธรรมชาติที่มีการนำมาใช้กับเด็กได้อย่างปลอดภัยมักจะเป็นพวกน้ำมันจากธรรมชาติ เช่น  wheat germ oil, olive oil, coconut oil,  palm kernel oil, castor oil, almond oil หรือ avocado oil  ซึ่งการที่เราได้น้ำมันเหล่านี้มาจากธรรมชาติ นอกจากจะมีประโยชน์ต่อผิวพรรณแล้ว ยังเชื่อได้ว่ามันปลอดภัยต่อร่างกายจริงๆ รวมไปจนถึงการใช้สารลดอาการแพ้ต่างๆ อย่าง colloidal oatmeal ด้วย ที่มีการนำมาผสมในสบู่เพื่อลดอาการแพ้สารต่างๆ ในเด็ก หรือถ้าหากต้องการให้มีกลิ่นหอมในสบู่ก็มักจะเป็นการใช้สารที่ให้ความหอมที่ได้จากการสกัดด้วยวิธีทางธรรมชาติ หรือสารที่มีกลิ่นตามธรรมชาติเลย เพราะปกติแล้วจะไม่มีการใช้น้ำหอมในผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กเลย เพราะสารเหล่านั้นจะสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้มากโดยเฉพาะในเด็ก

8.3

แบบที่ห้ามใช้เด็ก

สารเคมีที่ห้ามใช้เด็กและสารเคมีที่ห้ามใช้ในผู้ใหญ่มักจะมีความคล้ายคลึงกัน และเรารู้กันอยู่ทั่วๆไป เช่น ปรอท ตะกั่ว เป็นต้น

ความสะอาดสำคัญอย่างไร

การดูแลรักษาความสะอาดเป็นการป้องกันปัญหาทางสุขภาพของเด็กนั่นเอง ลองคิดในแง่กลับกันขนาดเรายังต้องการเสื้อผ้าที่สะอาดเพราะไม่ต้องการรับสิ่งไม่ดีจากความสกปรกเลย เด็กก็เช่นเดียวกัน แต่ประเด็นเรื่องความสะอาดที่มีความสำคัญมากขึ้นในเด็กนั่นก็ เพราะเด็กมีภูมิต้านทานเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกต่างจากเรามากโดยเฉพาะเด็กอ่อน  ดังนั้นการดูแลความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ของเด็กจึงเป็นเรื่องสำคัญ การที่เรานำสารเคมีมาใช้กับข้าวของเครื่องใช้ของเด็ก เราก็ต้องทำความสะอาดสารเคมีเหล่านั้นออกไปให้หมดเช่นเดียวกัน

 

 

แฟชั่นเสื้อผ้าเด็กลายดอกสีสันสดใส..ใส่หน้าร้อนได้เริด

แม้ว่าจะผ่านกันไปแล้วกับเทศกาลสงกรานต์ ฤดูกาลแห่งความสนุกสนานและสีสันสดใส แน่นอนว่าเมื่อถึงฤดูกาลนี้เสื้อผ้าต่างๆ ก็พากันออกคอลเลกชั่นมาให้เข้ากับเทศกาลด้วยเช่นกัน โดยแฟชั่นที่ได้รับความนิยมมากในทุกๆ ปี ก็คือเสื้อผ้าลายดอก หรือเสื้อผ้าที่มีสีสันแสบทรวงนั่นเอง แต่ไม่เพียงแต่ผู้ใหญ่เท่านั้นนะที่ฮิตเสื้อผ้าลายดอกแบบนี้ เพราะคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถแต่งตัวให้กับหนูๆ ด้วยเสื้อผ้าลายดอกนี้ได้เช่นกัน ว่าแล้วเราก็มาพูดถึงเทรนด์การแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าลายดอกนี้กันเลยดีกว่าค่ะ

แฟชั่นรับหน้าร้อน

อย่างที่เราได้กล่าวไปแล้วว่าเสื้อผ้าหน้าร้อนนั้นมักจะนิยมเสื้อผ้าลายดอก หรือเสื้อผ้าที่มีสีสันแสบทรวงกัน  และเสื้อผ้าที่มีลายดอกหรือสีสดๆ นั้นก็จะมีหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นเสื้อ กระโปรง  กางเกง หมวก แว่นตา นาฬิกาและกระเป๋า เป็นต้น และแฟชั่นนี้ก็ไม่ได้มาแรงแค่ในผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเด็กด้วย เพราะฉะนั้นเรามาเลือกเสื้อผ้าลายดอกให้เหมาะกับลูกน้อยของคุณกันดีกว่าค่ะ

เสื้อผ้าแฟชั่นของเด็กในหน้าร้อน

เสื้อผ้าแฟชั่นของเด็กในหน้าร้อนนั้นไม่ได้มีความแตกต่างจากผู้ใหญ่เลย เพียงแต่ลดขนาดของเสื้อผ้าลงมาเท่านั้นเอง  ซึ่งเราก็มีวิธีเลือกใช้สิ่งของที่เป็นลายดอกหรือเสื้อผ้าที่มีสีสันสดใสอยู่หลากหลายวิธี อย่างเช่น

7.2

ตัวเสื้อลายดอก

หากต้องการให้เสื้อผ้าของเด็กในช่วงบนเป็นลายดอกแนะนำให้เลือกดอกขนาดปานกลางถึงขนาดใหญ่ และเลือกแบบที่เห็นลายชัด เพื่อความสวยงามและความชัดเขนของลายก็จะช่วยทำให้เด็กนั้นดูแต่งตัวเข้ากับเทศกาลมากขึ้นนั่นเอง  ซึ่งถ้าเราเลือกให้เสื้อผ้าของเด็กในช่วงบนเป็นลายดอกเพียงอย่างเดียวแล้วก็ในท่อนล่างแนะนำว่าให้ใช้เป็นเสื้อผ้าในโทนเรียบๆ ไม่ค่อยมีลายมากนัก เพื่อเน้นให้ลายดอกในช่วงบนดูเด่นขึ้น สิ่งที่ต้องระวังคือขนาดอกบนเสื้อของเด็ก เสื้อผ้าลายดอกแบบทั้งชุดที่มีดอกใหญ่เกินไป จะทำให้เด็กที่มีขนาดตัวเล็กอยู่แล้วดูตัวเล็กลงไปอีก หรือทำให้ลายเสื้อดูเลอะไม่สวยนั่นเอง

กางเกงหรือกระโปรงลายดอก

จริงแล้วหากจะเลือกให้ช่วงล่างเป็นลายดอก วิธีการเลือกก็ไม่ต่างจากการเลือกเสื้อผ้าให้ช่วงบนเป็นลายดอกเลย เพียงแต่จะเลือกใช้ลายหรือสีที่เรียบกว่าเท่านั้นเอง  ส่วนเสื้อผ้าในช่วงบนนั้นก็อาจจะเลือกให้มีลายเล็กน้อยหรือเป็นสีล้วนก็ได้ แต่สีของเสื้อผ้าช่วงบนในที่นี้อาจจะเลือกแบบสดๆ ไปเลยหรือเรียบๆ กลางๆ ก็ได้เหมือนกัน แต่ถ้าให้ดีเน้นให้ข้างบนเป็นลายดอกจะดูสวยกว่านะคะ

7.3

ลายดอกทั้งชุดสดใส

แบบนี้น่าจะง่ายหน่อยเพราะเราสามารถหาได้ตามร้านขายเสื้อผ้าทั่วไปเลย และเสื้อผ้าลายดอกส่วนใหญ่ก็มักจะมีขายแบบทั้งชุดอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราต้องดูให้ดีในการเลือกเสื้อผ้าลายดอกแบบทั้งตัวก็คือ ขนาดของดอกและสีของชุด นั่นก็เพราะเสื้อผ้าลายดอกแบบทั้งชุดที่มีดอกใหญ่เกินไป จะทำให้เสื้อผ้าดูไม่สวยเมื่อไปอยู่บนตัวเด็กที่มีขนาดเล็ก จนอาจจะทำให้ลายดูเลอะได้ ส่วนเรื่องของสีชุดนั้น ความจริงด้วยความเป็นเด็กการใช้สีสดๆ นั้นเป็นเรื่องที่ทำได้อย่างไม่ผิดนัก เพียงแต่เราควรจะระวังสีบางสีเท่านั้นที่ทำให้เด็กดูไม่สดใสเท่าที่ควร เช่น สีเขียวขี้ม้า เป็นต้น หากเลือกได้ก็ให้เลือกสีสดๆอย่าง สีเหลือง สีแดง สีเขียว สีม่วงไปเลยก็ได้

ได้รู้วิธีการเลือกเสื้อผ้าลายดอกสำหรับแต่งให้กับหนูๆ กันไปแล้ว ทีนี้คุณพ่อคุณแม่ก็จูงมือหนูๆ ไปซื้อเสื้อผ้าลายดอกกันได้เลยค่ะ

 

เสื้อผ้าเด็กแบรนด์เนม สำคัญมากน้อยแค่ไหน?

ใครบอกว่าเด็กๆ นั้นไม่จำเป็นต้องมีสังคม ในสมัยนี้ที่พ่อแม่เริ่มให้ความสนใจในลูกและสังคมรอบๆ ตัวลูกกันมากขึ้น ทำให้หลายๆ ครั้งพ่อแม่อย่างเราพยายามเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกของเรา ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้หรือเสื้อผ้าหน้าผม รวมไปถึงสังคมของลูกด้วย จึงทำให้แบรนด์เนมกลายมาเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกเสื้อผ้าสำหรับเด็กมากเลยล่ะ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าในปัจจุบัน พ่อแม่ส่วนใหญ่มักจะเลือกเสื้อผ้าที่มีแบรนด์เนมให้กับลูกเสมอ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ลูกดูโดดเด่นในสังคมนั่นเอง

สังคมของลูกคืออะไร

สังคมของลูกในที่นี้มีองค์ประกอบหลายๆอย่าง เช่น ผู้คนรอบข้าง สิ่งแวดล้อมรอบข้าง และเพื่อนของลูกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานที่สำคัญของเด็กที่จะมีผลต่อเด็กในอนาคต ซึ่งหากเราอยากให้สังคมที่ดีและมีคุณภาพกับเด็ก เราก็ต้องทำการคัดกรองสิ่งที่เหล่านี้ให้ดีก่อนที่เด็กจะซึมซับหรือได้รับอิทธิพลที่ไม่ดีไป อย่างผู้คนรอบข้างที่เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบุคคลที่มีอิทธิพลต่อความคิดและพฤติกรรมของเด็กมากที่สุดก็คือพ่อและแม่นั่นเอง ก็ตามมาด้วยเพื่อนและครูบาอาจารย์ หรือบุคคลอื่นๆที่มีโอกาสเข้ามาอิทธิพลของลูกเรา และด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้พ่อแม่พยายามให้ลูกของตัวเองได้เข้าเรียนในโรงเรียนดีๆ เพื่อให้เด็กได้รู้จักเพื่อนดี ได้รับการศึกษาที่ดีที่สุดแก่ลูก ซึ่งทำให้บางครั้งเราก็เกิดการตัดสินจากลักษณะภายนอกของบุคคลอื่นได้ จนนำไปสู่ปัญหาที่ว่า แบรนด์เนมเสื้อผ้าเด็กสำคัญไหม

แบรนด์เนมเสื้อผ้าเด็กสำคัญไหม

หากจะตอบคำถามนี้ได้ เราต้องเข้ากันเสียก่อนว่าทำไมเราถึงมีการใช้เสื้อผ้าแบรนด์เนม และการที่เราเลือกใช้เสื้อผ้าแบรนด์เนมนั้นดีจริงหรือไม่ และสิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้ก็ไม่ได้ต้องการที่จะชี้นำพ่อแม่ให้เชื่อตามนี้แต่อย่างใด เพียงแค่ต้องการให้ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจเท่านั้น

6.2

ทำไมเราถึงมีการใช้เสื้อผ้าแบรนด์เนม

หลายคนอาจจะมีเหตุผลในการเลือกใช้เสื้อผ้าแบรนด์เนมที่แตกต่างกัน เช่น บางคนก็ว่าเสื้อผ้าแบรนด์เนมนั้นมีความสวยงามมากกว่าปกติ เมื่อสวมใส่จะทำให้ลูกของเราดูน่ารักขึ้น บ้างก็ว่าเพราะต้องการให้ลูกของเราดูเท่าเทียมกับเพื่อนๆของลูก ซึ่งอาจจะเกิดจากสภาพสิ่งแวดล้อมเองที่ทำให้พ่อแม่ตัดสินใจแบบนี้ และบางคนก็อาจจะใช้เหตุผลเพียงแค่เพราะมันทนทานและใช้งานได้นาน ซึ่งต้องบอกก่อนว่าไม่มีเหตุผลใดผิดทั้งสิ้นตามใดที่เรายังใช้สินค้าที่ได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมายนั่นเอง

การที่เราเลือกใช้เสื้อผ้าแบรนด์เนมนั้นดีจริงหรือไม่

แน่นอนว่าพ่อแม่บางคนอาจจะเกิดคำถามว่าการที่เราเลือกใช้เสื้อผ้าแบรนด์เนมนั้นดีจริงหรือไม่ขึ้นมาบ้างอย่างแน่นอน และต้องบอกว่าการที่เราเลือกใช้เสื้อผ้าแบรนด์เนมนั้นจะดีหรือไม่ดีก็ขึ้นอยู่กับว่าเราได้ใช้งานเสื้อผ้าแบรนด์เนมเหล่านั้นตามวัตถุประสงค์การใช้งานที่เราวางไว้หรือไม่ เช่น ถ้าเราซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมมาเพื่อให้ลูกเราใช้โอกาสพิเศษๆ แล้วเราใช้ตามนั้นจริงๆ การลงทุนซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมก็ดูจะคุ้มค่าตามที่เราต้องการ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราเริ่มนำมาใช้แล้วเกิดการดูถูกเด็กๆ คนอื่นที่ไม่ได้ใช้เสื้อผ้าแบรนด์เนมแล้วล่ะก็นั่นจึงถือว่าไม่สมควร แถมยังจะปลูกฝังความเชื่อผิดๆ ลงไปให้เด็กอีกด้วย

ดังนั้น การที่เราจะดูว่าเราเลือกใช้เสื้อผ้าแบรนด์เนมจะดีหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งานของเราด้วยนะคะ แต่เมื่อพูดถึงคุณสมบัติของเสื้อผ้าแบรนด์เนมแล้ว ต้องบอกเลยว่าแบรนด์เนมดีกว่าจริงๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นความนุ่มของผ้าหรือความทนทานของผ้า ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีราคาแพงหน่อยแต่ก็คุ้มค่ามากทีเดียว